Home Wheretogo 1 Day Trip Ueno มีเวลา 1 วัน ก็ฟินสุดๆกับย่านอูเอโนะได้แล้ว

1 Day Trip Ueno มีเวลา 1 วัน ก็ฟินสุดๆกับย่านอูเอโนะได้แล้ว

2 min read
0
1
1,043

ย่าน Ueno เป็นอีกหนึ่งย่านที่มีครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว , ของอร่อย และการเดินทางที่สะดวก ยิ่งถ้าเราเดินทางไปและกลับจากสนามบิน Narita ย่านนี้เรียกได้ว่าสะดวกมากๆ และวันนี้ผมจะพาทุกคนไปเที่ยวสถานที่น่าสนใจฉบับ 1 Day Trip ในย่านอูเอโนะ

Ueno

สำหรับคนที่มีที่พักอยู่แล้วการมาเที่ยวย่าน Ueno ก็สะดวกมาก เพียงแค่เราเดินทางมาด้วยรถไฟ JR สาย Yamanote Line เท่านั้น ส่วนใครที่ยังไม่ได้จองที่พัก หรือกำลังจะมองหาที่พักใหม่ ย่านอูเอโนะก็มีที่พักให้เลือกเพียบเลย สำหรับคนที่มองหาที่พักราคาไม่แพง ผมแนะนำ Kinuya Hotel Ueno เป็นโรงแรมที่เดินทางสะดวกมากอยู่ใกล้กับสถานี Keisei Skyline ถ้าใครจะไปสนามบิน Narita ก็ใกล้มากๆ และที่สำคัญ จากตัวโรงแรมเดินไปสถานี Jr Ueno ก็ใชเ้วลาเพียง 2-3 นาทีเท่านั้น

ถึงจะเป็นโรงแรมแบบ 3 ดาว แต่สะอาด ราคาห้องสำหรับคนเดียวจะอยู่ที่ประมาณ 2,xxx บาท ถ้าห้องสองคนก็จะอยู่ที่ 4,xxx บาท สำหรับห้องพักสำหรับ 3 คนก็จะมีให้บริการเช่นเดียวกัน

มีข่าวดีสำหรับคนใช้มือถือ Samsung เพราะตอนนี้เค้ามีส่วนลดที่พักให้สูงสุด 8% ถ้าเราจองผ่านแอพ agoda ในแอพ Galaxy Gift โดยสิทธิพิเศษนี้เริ่มต้นตั้งแต่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2562 กันเลยทีเดียว วิธีรับสิทธิ์ก็ไม่ยากเพียงแค่เราใช้งานมือถือ Samsung เปิดแอพ Galaxy Gift แล้วไปยังหมวด LifeStyle หลังจากนั้นมองหาสิทธิพิเศษ “ส่วนลด On Top 8% agoda”

จริงๆแล้วสิทธิพิเศษนี้เราสามารถจองที่พักได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศเลยนะครับ โดยเราจะต้องกดจองจากลิ้งค์ www.agoda.com/galaxygift เท่านั้น หลังจากนั้นมองหาโรงแรมที่เราต้องการและเข้าร่วม ให้เราเลือกที่พักแบบชำระเงินล่วงหน้าเท่านั้น ซึ่งโรงแรมที่ใช้ส่วนลดได้จะแสดงข้อความ Discount ให้เราได้ทราบหลังจากใส่รหัสโปรโมชั่นที่เรากดจากแอพ Galaxy Gift 

มื้อเช้ากับร้าน Ichiran Ramen

เอาละ เริ่มเที่ยวกันดีกว่าครับ ใครมาถึงย่าน Ueno ตั้งแต่เช้าและอยากหาอะไรเพิ่มพลังก่อนออกไปเที่ยว ผมแนะนำให้เราไปชิม ร้าน Ichiran Ramen ราเมนข้อสอบแสนอร่อย ที่ Ueno กันก่อน ใครไปเที่ยวช่วงหน้าหนาวแล้วได้กินราเมนร้อนๆนะ ฟินอย่าบอกใครเลย

การเดินทางไป ถ้ามาทางรถไฟ JR ลง Ueno station  หาป้ายทางออกที่ชื่อ Yamashita Exit ออกไปแล้ว เดินเลี้ยวขวา ก็จะเจอหน้าร้าน สิ่งที่แตกต่างจากราเมนทั่วๆ ไปในแต่ละชาม คือการที่ลูกค้าต้องทำข้อสอบก่อนทาน คือเวลาเราสั่งราเมนผ่านเครื่องหยอดเหรียญอัตโนมัติ สั่งเสร็จ ตอนไปนั่ง เค้าจะมีกระดาษเหมือนแบบสอบถามมาให้เราเลือกว่า จะเอารสชาติแบบไหน ติ๊กตามหัวข้อ ให้แตกต่างกัน ถ้ากิน 2ชามติ๊กไม่เหมือนกันรสชาติก็จะต่างกันด้วยนะอร่อยคนละแบบ

การสั่งราเมงก็ง่ายๆ

  • กดสั่งราเมน เลือกราคาที่ต้องการผ่านเครื่องจำหน่ายคูปองอัตโนมัติ
  • อ่านรายระเอียดเมนู เลือกตามภาพที่อยากทาน ท็อปปิ้งที่ชอบ ไข่ หมูชาชู สาหร่าย หรือข้าว จ่ายเงิน เราจะได้ตั๋วสั่งรายการอาหารมา เป็นกระดาษแผ่นเล็กที่ระบุไว้ว่าเราสั่งราเมนอะไรไว้
  • เมื่อได้โต๊ะนั่ง พนักงานจะหยิบเมนูที่เราสั่งไป และบนโต๊ะจะมีกระดาษให้ข้อสอบ ระบุรายละเอียดของราเมงที่ต้องการให้เราติ๊กๆ ตามช่องเหมือนเรากำลังนั่งทำข้อสอบจริงๆ
  • เมื่อเราทำข้อสอบเสร็จ ก็กดปุ่มเรียกพนักงานให้มารับกระดาษข้อสอบ กระดาษใบนี้ถ้าเรากรอกไม่ครบ พนักงานจะยื่นมาให้เรากรอกเพิ่ม ผมเองลืมกรอกระดับความเผ็ด
  • จากนั้นรอไม่นานพนักงานในร้านก็จะเอาราเมนมาเสิร์ฟ

เดินเล่นถ่ายรูปในสวน Ueno แวะเที่ยวพิพิธภัณฑ์งานศิลป์โตเกียว

หลังจากอิ่มกันแล้วก็ได้เวลาเดินย่อยกันละ เช้าๆแบบนี้ร้านค้าต่างๆอาจจะยังไม่เปิดกันเท่าใหร่นัก เราแนะนำให้แวะไปที่สวน Ueno เลยครับ ที่นี่ที่เดียวเอาจริงๆเดินได้ทั้งวันก็ยังไม่พอ

Ueno Park ( สวนอุเอโนะ ) อีกหนึ่งสถานที่สำคัญย่าน Ueno เพราะเป็นสวนขนาดใหญ่ที่ช่วงฤดูซากูระมักจะมีคนมาชมกันมากมาย ที่สำคัญที่สวนแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยพื้นที่สวยๆที่เต็มไปด้วยต้นไม้ มีสวนสัตว์ มีพิพิธภัณท์ และมีสระน้ำให้เราเช่าเรือปั่น

สำหรับสวน Ueno นี้จะอยู่ติดกับสถานี Keisei Skyline ฝั่งตรงข้ามของสวนเราจะมองเห็นตึก Yodobashi Ueno และตลาด Ameyoko ใครที่ชอบออกกำลังกายและนอนแถวๆ Ueno ตื่นเช้าแล้วมาวิ่งสักรอบก่อนออกไปเที่ยวก็ได้นะ ที่สวนอูเอโนะ การเข้าชมจะไม่มีค่าใช้จ่ายยกเว้นส่วนของพิพิธภัณท์หรือสวนสัตว์ด้านในที่เราจะต้องเสียค่าเข้าชมเพิ่มเติมอีกคนละนิดหน่อยเท่านั้น ภายในสวนถ้าเป็นวันหยุดอาจจะมีการแสดงโชวเล็กๆให้เราได้ชมกัน มีร้านอาหารเล็กๆและร้านคาเฟ่ให้เราได้นั่งชิวๆพักผ่อนด้านใน

สำหรับสวนสัตว์ อูเอโนะ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่อยากให้ลองเข้าไปนะครับ และแน่นอนสวนสัตว์ก็อยู่ในสวน อูเอโนะนี่แหละครับ ถ้าสังเกตุให้ดีๆในวันหยุดไม่ว่าจะสวนทั่วไป สวนสัตว์หรือพวกพิพิธภัณท์ พ่อแม่มักจะพาเด็กๆมาเที่ยวกันเยอะมาก และสำหรับที่สวนแห่งนี้ก็มีประวัติอันยาวนานเพราะเป็นสวนสัตว์เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1882

ใครได้เข้ามาผมว่าใช้เวลาน่าจะครึ่งวันแน่นอน เพราะนอกจากโซนที่เป็นสวนสัตว์ปกติ ด้านในยังมีอความเรี่ยมเล็กๆให้เข้าไปเที่ยวชมอีก ด้วยขนาดพื้นที่ๆกว้างถึงแม้่คนจะเยอะแต่ก็ไม่อึดอัดแน่นอน

  • เวลาเปิดปิด :  9:30 to 17:00 น. (ขายบัตรถึง 16:00 น.) ปิดวันจันทร์
  • ค่าเข้าชม :
    ผู้ใหญ่ 600 เยน ผู้สูงอายุ(65ปีขึ้นไป)
    300 เยน เด็ก 13-15 ปี ราคา 200 เยน
    อายุต่ำกว่า 12 เข้าฟรี

เดินชมสวนก็แล้ว เข้าไปชมสวนสัตว์ก็แล้วแต่ยังไม่จุใจ ถ้าเป็นแบบนั้นผมจะแนะนำพิพิธภัณฑ์ภายในสวนอูเอโนะสัก 4 แห่งให้ไปเดินเที่ยวกันต่อ

Tokyo National Museum

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ โตเกียวนี้จัดแสดงงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ งานวัตถุโบราณและงานโบราณคดีนับไม่ถ้วนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น รวมไปถึงงานศิลปะจากประเทศอื่นๆ เช่นจีนและเกาหลีด้วย โดยพิพิธภัณฑ์นี้เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นอย่างมากมาย จัดเรียงเป็นระเบียบ ศึกษาทำความเข้าใจง่าย  และมีรายงานการค้นคว้าวิจัยงานศิลป์เก่าแก่มาเป็นระยะๆ นอกจากงานแสดงที่จัดประจำแล้วยังมีการจัดแสดงเป็นธีมที่จะเปลี่ยนไปทุกเดือนอีกด้วย

ค่าเข้า

  • ผู้ใหญ่ 620 เยน
  • เด็กมหาวิทยาลัย 410 เยน
  • เด็กมัธยมปลาย / คนที่อายุต่ำกว่า 18 / มากกว่า 70 ปี เข้าฟรี
  • วันพิพิธภัณฑ์สากล และวันผู้สูงอายุเข้าฟรี

เวลาให้บริการ

  • อังคาร – อาทิตย์ 09:30 – 17:00
  • ปิดวันจันทร์

Tokyo Metropolitan Art Museum

พิพิธภัณฑ์งานศิลป์โตเกียวแห่งนี้จัดเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ด้านศิลปะที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีการจัดแสดงงานศิลป์ที่หลากหลาย ผู้อำนวยการของพิพิธภัณฑ์เคยกล่าวเอาไว้ว่าพันธกิจของพิพิธภัณฑ์คือการนำศิลปะไปเสนอสู่ผู้คน

พิพิธภัณฑ์นี้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับเด็กๆ พามากันทั้งครอบครัวได้ และถ้ามากันทั้งครอบครัวก็จะมีส่วนลดค่าบริการ และมีรถเข็นสำหรับเด็กเล็ก ห้องป้อนนมแน่ รวมไปถึงร้านอาหาร ห้องสมุด และร้านกิฟท์ช็อปอีกด้วย

หอศิลปพิพิธภัณฑ์นี้ไม่มีนิทรรศการถาวร แต่จะเปลี่ยนไปเป็นธีมเรื่อยๆ มีตั้งแต่ชาติพันธุ์ ศิลปะสากล และอื่นๆ ผัดเปลี่ยนกันไป

ค่าเข้า

  • ทุกวันเสาร์ และอาทิตย์ที่สามของเดือนจะเป็น Family Day โดยลดค่าเข้า 50% สำหรับกลุ่มที่เดินทางมาเป็นครอบครัว
  • ทุกๆ วันพุธจะเป็น Silver Day ผู้สูงอายุที่เกิน 65 ปีสามารถเข้าพิพิธภัณฑ์ได้ฟรี

เวลาให้บริการ

  • อังคาร – อาทิตย์ 09:30 – 17:00
  • ปิดวันจันทร์

National Museum of Western Art

พิพิธภัณฑ์งานศิลปะโลกตะวันตกแห่งชาติจัดแสดงงานหลากหลาย มีตั้งแต่รูปวาด งานปูนปั้นจากศิลปินยุโรป และประวัติศาสตร์ศิลปะโลกตะวันตก มีงานศิลป์กว่า 5,500 ชิ้น มีทั้งงานที่จัดนิทรรศการถาวรจากปรมาจารย์อย่าง Rubens, Monet, Van Gogh และ Picasso และนิทรรศการเป็นธีมที่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ (ค่าเข้าก็จะแปรไปตามงาน) ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ห้ามพลาดจริงๆ

ค่าเข้า

  • ผู้ใหญ่ 430 เยน
  • นักเรียน 130 เยน
  • เด็กมัธยม / ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปี เข้าฟรี
  • เข้าฟรีทุกวันเสาร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน และ 3 พฤศจิกายน เฉพาะส่วนที่เป็นนิทรรศการถาวร

เวลาให้บริการ

  • ปิดวันจันทร์
  • อังคาร – พฤหัส 09:30 – 17:00
  • ศุกร์ – เสาร์ 09:30 – 20:00
  • อาทิตย์ 09:30 – 17:00

National Museum of Nature and Science

พิพิธภัณฑ์วัทยาศาสตร์และธรรมชาติแห่งชาติในโตเกียวถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในสายวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ เทคโนโลยี และประวัติศาสตร์ โดยมีงานที่น่าสนใจสำหรับเด็ก และผู้ใหญ่รวมกัน งานนิทรรศการถาวรก็จะมีตั้งแต่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นยุคเริ่มต้น ข้อมูลประวัติศาสตร์ทางธรนี และการศึกษาไดโนเสาร์

ถ้าใครสนใจเทคโนโลยี มีห้องจัดแสดงบางห้องที่มุ่งเน้นการนำเสนอด้านเทคโนโลยีไฮเทคและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีห้องจัดแสดงงานส่งเสริมความรู้สำหรับเด็กๆ โดยเฉพาะอีกด้วย

เวลาให้บริการ

  • อาทิตย์ – พฤหัส 09:30 – 17:00
  • ศุกร์ – เสาร์ 09:30 – 20:00

ค่าเข้า

  • ค่าเข้า 620 เยน
  • ผู้สูงอายุเกิน 65 ปี เข้าฟรี

พิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นจะปิดวันจันทร์ ดังนั้นถ้าต้องการจะเดินพิพิธภัณฑ์ในสวนอุเอโนะ บางแห่งจะมีคาเฟ่และร้านอาหาร รวมไปถึงต้อนรับการมาเป็นครอบครัวที่มีเด็กๆ อีกด้วย หรือถ้าจะไปพิพิธภัณฑ์ในวันที่ 18 พฤษภาคม (วันพิพิธภัณฑ์สากล) ส่วนใหญ่แล้วจะเข้าได้ฟรีอีกด้วย

ดูเหมือนเราจะเที่ยวกันจุใจแล้วนะ งั้นผมจะพาไป Shopping กันบ้างดีกว่า สำหรับใครที่กำลังอยากซื้อของเล่นพวกโมเดล หรืออยากจะหมุนกาจาปอง ต้องไม่พลาดแวะไปที่ร้าน yamashiroya

แวะซื้อของเล่น โมเดล ที่ร้าน yamashiroya

ร้านยามาชิโรยะ มีทั้งหมด 6 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นก็จะเต็มไปด้วยของเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น DragonBall , One Piece , Doraemon , Gundam , Ultraman  , Lego , Marvel , Star War รวมไปถึงของเล่นที่กำลังฮิตและเป็นกระแสอยู่ในเวลานั้นๆด้วย สำหรับสินค้าในแต่ละชั้นส่วนใหญาอาจจะคงเดิมไว้ แต่ก็มีบ้างที่อาจจะมีเปบลี่ยนคอนเซ็ปหรือการจัดวางไปบ้าง ส่วนชั้นบนสุด ช่วงหลังก็ใช้จัด Event เกี่ยวกับเกมหรือของเล่น ส่วนแฟนๆ Fuchiko หรือ กาจาปอง หมุนหน้าร้านได้เลยครับมีให้เลือกเพียบ และถ้ายังไม่จุใจ ลองข้ามไปอีกฝั่งที่เป็นห้าง Yodobashi ก็มีตู้ให้เลือกอีกเพียบเช่นกัน

ว่าแต่ถ้าอยากดูของเล่นหรือของใช้มือสองละ ในย่านอูเอโนะนี้จะมีให้เราไปเที่ยวรึเปล่า ? คำตอบคือมีครับ ใครชอบของมือสองจัดไป และอย่าคิดว่าของมือสองจะไม่ดีนะ สภาพดีและราคาก็ไม่แพงซะด้วย

แวะร้านของมือสองที่ของเยอะมากอย่าง HARD OFF-HOBBY OFF 

ก่อนอื่นอยากจะบอกว่าที่ญี่ปุ่นมันมีร้านมือ 2 หลายร้าน จึงมีการแยกแยะชนิดของสินค้าเอาไว้อย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น Garage off ขายสินค้าประดับยนต์ Book off ขายหนังสือมือสอง Mode off ขายเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หมวก Hard off ขายฮาร์ดแวร์และเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ Hobby off ขายของสะสม ฟิกเกอร์ การ์ดสะสม ร้านที่ลงท้ายด้วย off เหล่านี้ก็ยังรับซื้อของจากเราอีกด้วยนะ ของที่เราไม่ต้องการแล้วเค้ารับซื้อตามสภาพ แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องทำความสะอาดสินค้านั้นมาอย่างดี ถ้าเป็นสินค้าที่เป็นยี่ห้อหรือว่าแบรนด์เนม ถ้ามีกล่องใส่เหมือนตอนที่เราซื้อมา หรือใบรับประกันก็จะได้ราคาดีสุดๆ

ร้าน HARD OFF-HOBBY OFF  นี้จะมีทั้งหมด 5 ชั้นด้วยกัน แต่ละชั้นจะแบ่งออกเป็น Hard Off เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเลคโทนิค กล้อง นาฬิกา เครื่องดนตรี เกมต่างๆ และ Hobby Off ของเล่น โมเดล ตุ๊กตาต่างๆ มือ 2 ทั้งสภาพดีและขายเป็นอะไหล่ ราคาถูกมากๆ

แวะชิมซูชิหน้าล้นย่านอูเอโนะ ที่ร้าน Miuramisaki Kou

เอาละเรามาปิดท้ายวันนี้ด้วยร้านอร่อยที่ใครมาแถวอูเอโนะก็ต้องแวะชิมกันดีกว่า ร้านนี้ก็คือ ร้าน ‘ซูชิหน้าล้นคำโต’ ร้านดังย่าน อูเอโนะ ที่นักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นไปกินกันเยอะมาก ร้านนี้มีชื่อว่า Miuramisaki Kou เป็นร้านซูชิสายพานตั้งอยู่แถวตลาด อะเมโยโกะ นั่นเอง เอาเป็นว่าใครได้มาที่นี่ห้ามพลาด 

สำหรับใครแวะไปที่ อูเอโนะ ถ้ามาจาก JR ให้ออกทางออก Hirokoji Exit ออกมาปุ๊บจะเห็นร้านยูนิโคล่อยู่อีกฟากของถนน ก็ให้เดินข้ามถนนไปแล้วเข้าซอยที่ถึงก่อนร้านยูนิโคล่ เดินเข้าซอยไปสักนิดนึง ให้เราสังเกตป้ายสีน้ำเงินใหญ่ๆ นั้นคือจุดหมายของเรา

เวลาเปิดปิดของร้าน Miuramisaki Kou0

  • วันธรรมดาร้านเปิด 10.30-23.00 น. ออร์เดอร์สุดท้ายสั่งได้ถึง 22.40 น.
  • เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดอื่นๆ เปิด 10.00-22.00 น. ออร์เดอร์สุดท้ายสั่งได้ถึง 21.40 น.

ที่นี่เป็นร้านเล็กๆ ไม่ใหญ่มากนัก มีที่นั่งประมาณสิบกว่าที่ ถ้าเข้าไปแล้วจะมีที่วางของให้ใต้ที่นั่ง อย่าว่างตามพื้นเพราะสถานที่ค่อนข้างเล็ก ร้านนี้มีคนไทยแวะเวียนไปทานเยอะมากครับ ก่อนเข้าร้านจะมีคิวให้ลงชื่อหน้าร้านถ้ามีคนมาต่อแถวเยอะ ถ้าไปช่วงเที่ยงวันต้องรอคิวราวๆ 15-20 นาทีได้ (เอาจริงๆบางครั้งมากกว่าครึ่งชั่วโมง)

ราคานั้นคิดตามสีจาน เริ่มต้นที่ 100 เยน บวกภาษีอีก 8% แล้วไล่ตามสีจานราคาต่อมาเริ่ม  130 / 160 / 190 / 260 / 340 / 450 / 560 จนถึงแพงที่สุดคือ 660 เยน หนึ่งจานมีสองคำ จะเลือกหยิบตามจานที่วิ่งมาตามสายพานหรือสั่งจากเชฟก็ได้ ใครมองแล้วยังไม่โดนหรือยังมองไม่เห็นหยิบเมนูแล้วเรียกเชฟโลดเลย

ภายในร้านจะมีชาร้อนให้ทานฟรีไม่อั้นเลยครับ โดยจะมีแก้วและผงชาเขียวให้เราตักและกดน้ำร้อนใส่ได้เลย แนะนำตักแค่ช้อนเดียวก็พอ เพราะมันเข้มข้นมากๆ ผมเองตักไป 2 ช้อนเข้มข้นสุดๆ ชาเขียวร้อนไม่ขมนะครับรถชาติดีสำหรับตัวผม และถ้าใครอยากทานซุปมิโสะถึงแม้ไม่มีในเมนูแต่เราก็สามารถสั่งเพิ่มได้ (ไม่ฟรีนะครับ)

จะว่าไปยังมีที่ให้พูดถึงอีกเยอะเลยนะครับ ยังไม่ได้พาไปร้านข้าวหน้าปลาไหลอร่อยๆหรือร้านซื้่อของฝากในตัวตลาด Ameyoko หรือแม้กระพา ไปลองชิม Buffet Sashimi 1,000 เยน ที่ร้าน 沼津港 海将 แต่เอาเป็นว่าถ้ามีเวลาแค่ 1 วันและยังไม่มีแพลนว่าจะไปที่ไหนบ้าง จัดตามผมได้เลยนะครับ สนุกแน่นอน

Facebook Comments

Load More Related Articles
Load More By EaterDiary
Load More In Wheretogo

Check Also

20 ที่เที่ยวญี่ปุ่น เดินทางง่าย สะดวกสบาย นั่ง JR Pass ไปได้

เชื่อว่าส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นก็มักจะวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นแบบทริปหนึ่งส…