ถ้าหน้าจอขนาด  6 นิ้ว นั่นเล็กไปสำหรับการใช้งานอุปกรณ์อ่านอีบุ๊กตัวโปรดสักตัว Boox Nova 3 ถือว่าตอบโจทย์ตรงนี้ได้เพราะด้วยขนาดหน้าจอ 7.8 นิ้ว ไม่ว่าคุณจะชอบอ่านการ์ตูนหรือนิยายต้องบอกว่าสบายมาก และที่สำคัญมันไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป

Spec Boox Nova 3

  • มีวางจำหน่ายเฉพาะสีดำ
  • หน้าจอมีขนาด  7.8 ″ จอภาพ E-Ink ถนอมสายตา (จอกระจก)
  • ความละเอียดหน้าจอ  1872×1404 (300dpi)
  • CPU Octa-core
  • มาพร้อมระบบ Android 10.0
  • หน่วยความจำในเครื่อง 32 GB
  • RAM 3GB LPDDR4X
  • มีไฟ สามารถปรับความสว่างของหน้าจอได้ (warm and cold)
  • ขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 197.3 x 137 x 7.7 mm และหนัก 265 g
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi (2.4GHz + 5GHz) และ Bluetooth 5
  • รองรับการใช้งานปากกา
  • แบตเตอรี่ขนาด 3150mAh
  • ราคา 12,990 บาท (วันที่เขียนรีวิว)

เดี่ยวนี้อุปกรณ์อ่านอีบุ๊กมีวางจำหน่ายหลายรุ่นมาก ยิ่งถ้ามองที่ขนาดหน้าจอก็มีให้เลือกหลายขนาดด้วยกัน เล็กสุดอย่าง Boox Poke 3 อาจจะลงตัวสำหรับการอ่านก็จริง แต่หลายคนก็อยากจะได้รุ่นที่หน้าจอใหญ่กว่านั้นเพื่อที่จะมองเห็นหรืออ่านได้สบายตามากยิ่งขึ้น

สำหรับรุ่น Boox Nova 3 ถือว่าเป็นรุ่นที่ลงตัวมากด้วยตัวเครื่องที่ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไปทำให้การพกพาออกไปใช้งานนอกบ้านถือว่าสะดวกไม่แพ้รุ่น Poke 3 กันเลย

จะว่าไปหากพูดเรื่องการใช้งานแล้วส่วนตัวมองว่าในฐานะอุปกรณ์ที่ใช้อ่านอีบุ๊กทั้งรุ่น Nova 3 และ Poke 3 ก็ไม่แตกต่างกันมากนะ แต่ถ้าจะบอกว่าเหมือนกันทุกอย่างก็ไม่ใช่ ถ้างั้นมันมีอะไรแตกต่างกันบ้าง เราลองมาดูกัน

ถ้าเรามองจากภายนอกสิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือขนาดของหน้าจอ หากตัดเรื่องอื่นทิ้งไปเราต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าอยากได้แบบพกพาสะดวกรึเปล่า หรือถ้าไม่ได้ติดว่าต้องเล็กขนาดนั้นรุ่น Boox Nova 3 ก็ถือว่าเป็นคำตอบที่น่าจะถูกใจ และที่สำคัญรุ่น Nova 3 รองรับการใช้งานปากกาได้ด้วยนะ แต่ขนาดที่แตกต่างกันทำให้น้ำหนักไม่เท่ากัน รุ่น Nova 3 จะหนักมากกว่า 110 กรัม

สำหรับสเป็คแล้วทั้งสองรุ่นแทบจะไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ซีพียู , รอม , การปรับไฟหน้าจอ , การเชื่อมต่อทำได้เหมือนกัน สิ่งที่จะแตกต่างก็คือรุ่น Nova 3 จะได้แรมและแบเตอรี่ที่มากกว่า

  • Nova 3 จะมาพร้อมแรม 3 GB. ส่วน Poke 3 จะมาพร้อมแรม 2 GB
  • Nova 3 มาพร้อมแบตขนาด 3150 mAh ส่วน Poke 3 มาพร้อมแบตขนาด 1500 mAh

อีกหนึ่งจุดที่ผมชอบในรุ่น Nova 3 ก็คือ การมีปุ่ม Back ให้เราได้ใช้งานที่บริเวณส่วนล่างของเครื่อง ปกติหากไม่มีเราต้องใช้การ Back ผ่านเมนูที่ Navigation Ball ซึ่งผมมองว่าแบบเป็นปุ่มสะดวกกว่า

ตัวเครื่องรุ่น Nova 3 ทำออกมาวางจำหน่ายเพียงแค่สีดำเท่านั้น แต่การออกแบบและสีก็ทำให้มันดูดี การวางปุ่มในการใช้งานก็เรียบง่าย มีปุ่ม Back เพิ่มเข้ามา ส่วนล่างสุดของตัวเครื่องมีช่องเอาไว้เสียบสาย usb Type – C  เพื่อชาร์จแบตหรือเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อโอนไฟล์ , บนขวามือของตัวเครื่องเป็นปุ่ม Power เปิด/ปิด เครื่อง , และมีรูลำโพงในส่วนบริเวณฝาหลัง

สำหรับการใช้งานในการตั้งค่ารุ่น Nova 3 ก็ยังมี Toolbar และ Navigation Ball ให้เราได้ใช้งาน แถบเมนูหลักของเครื่องถูกเปลี่ยนที่จากบริเวณล่างสุดของตัวเครื่องไปยังด้านข้างแทน แต่เรายังเลือกได้ว่าจะให้อยู่ที่ด้านซ้ายมือหรือขวามือนะครับ วิธีเปลี่ยนทำได้ที่เมนู setting > more setting และสำหรับ Navigation Ball เราก็สามารถปรับเปลี่ยนได้เช่นกันว่าอยากให้ทำอะไรได้บ้าง เช่นเปิดแอพหรืออื่นๆ

รองรับการใช้งานปากกาแล้วตัวปากกาเราจะต้องซื้อเพิ่มรึเปล่า ? คำตอบก็คือไม่ต้องครับ ปากกาจะมีแถมมาให้แล้วในกล่อง รวมไปถึงฟิล์มติดกันรอยก็จะมีแถมมาให้เช่นกัน แต่เราจะต้องติดเองนะครับ สำหรับปากการองรับแรงกด 4096 levels

สรุป ถ้าสงสัยว่า Nova 3 ใหญ่จนเรียกว่าพกพาลำบากใช่มั้ย ? คำตอบก็คือไม่เลยครับ ขนาดหากให้เทียบก็ประมาณหนังสือการ์ตูนที่เราซื้ออ่านกัน แต่ด้วยหน้าจอที่ใหญ๋ขึ้นมาทำให้การอ่านสบายตามากขึ้นแน่นอน ถ้าลังเลใจระหว่าง Nova 3 หรือ Poke 3 ดี ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งาน แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบอ่านทั้งนิยายและการ์ตูนอยู่แล้ว ผมว่า Nova 3 น่าจะยืดหยุ่นและสบายตามากกว่า (นี่เราไม่ได้แตะเรื่องการใช้งานปากกาได้ด้วยนะครับ มองแค่ในส่วนการอ่านอีบุ๊กล้วนๆ)

Facebook Comments

Load More Related Articles
Load More By EaterDiary
Load More In Gadget

Check Also

Special Gift เป็นของเม็มเบอร์คนไหนบ้างในวงมาอัพเดตกัน

การปา “ ของขวัญ “ ในแอพ BNK48 เป็นเหมือนกำลังใจหรือของขวัญที่แฟนคลับส่งมอบให้กับเมมเบอร์ที…