Home RESTAURANTS รีวิว ร้าน TENKO OMAKASE ไปชิม Premium Omakase ราคา 6,000 บาท

รีวิว ร้าน TENKO OMAKASE ไปชิม Premium Omakase ราคา 6,000 บาท

2 min read
0
0
1,821

ใครที่ชอบอาหารญี่ปุ่นโดยเฉพาะชอบทานแบบ OMAKASE ห้ามพลาด วันนี้เรามีรีวิว  Premium Omakase Course ในราคา 6,000 บาทที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพ มาฝาก เรามั่นใจว่าทุกคนจะต้องชอบแน่นอน  

ร้านนี้มีชื่อว่า ห้องอาหารเท็นโกะ โอมากาเสะ (TENKO OMAKASE) ที่เรียกว่าเป็นห้องอาหารเพราะที่นี่เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ที่ตั้งบริเวณสวนพฤกษศาสตร์ (ล็อบบี้) ของโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์กรุงเทพ นั่นเอง และแน่นอนว่าใครที่อยากจะเข้ามาชิมจะต้องจองล่วงหน้ากันก่อน

วิธีการจองก็ไม่ยากเพียงเรากดเข้าไปที่หน้าเว็บ pullmanbangkokkingpower เพื่อเลือกวัน จำนวนคนที่สนใจอยากจะเข้าไปทานเท่านั้น ร้าน เท็นโกะ โอมากาเสะ จะเปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ (ปิดให้บริการวันจันทร์) โดยจะมีเพียงช่วงเวลาเดียวเท่านั้นก็คือ เริ่ม 18.00 น. เป็นต้นไป และจำกัดที่ 10 ที่นั่งเท่านั้นนะครับ โดยคอร์สของที่นี่จะมีทั้งหมด 2 แบบ ด้วยกัน

Premium Omakase Course (21 คอร์ส) ราคาอยู่ที่ 6,000 บาท ประกอบไปด้วยอาหารทานเล่น, ซูชิ, ซาซิมิ, อาหารจานอุ่น, ซุปและของหวาน กดจอง
Nigiri Omakase Course (14 คอร์ส) ราคาอยู่ที่ 4,500 บาท ประกอบไปด้วยอาหารทานเล่น, ซูชิ, ซุปและของหวาน กดจอง

ว่าแต่มาชิมแล้วทั้งทีของลองทานในชุดใหญ่อย่าง Premium Omakase Course (21 คอร์ส)  ไปเลยแล้วกัน

TENKO OMAKASE

ก่อนจะเข้าไปด้านในเราจะมองเห็นภาพ “จิ้งจอกสวรรค์” และตัวหนังสือคำว่า Tenko omakase ซึ่งทั้งหมดนี้มันก็มีที่มานะครับ สำหรับ Tenko หมายถึง “จิ้งจอกสวรรค์” ในคติชนญี่ปุ่น หลังจากที่จิ้งจอกมีอายุครบ 1,000 ปี จะกลายเป็นจิ้งจอกสีทองที่มีเก้าหาง เรียกว่า “ TenKo” ซึ่งเป็นรูปทรงที่ทรงพลังที่สุดของ Kitsune (จิ้งจอก) ซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้กับเชฟของเราที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในด้านทักษะการทำอาหารและศิลปะมาเป็นเวลานานจนกลายเป็น ichinin mae ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งหมายถึงเชฟอิสระ นั่นเอง

และที่ร้านอาหารเท็นโกะ โอมากาเสะ รังสรรค์เมนูโดยเชฟ โกจิ โคบายาชิ ซึ่งมีประสบการณ์ในด้านอาหารญี่ปุ่นมามากกว่า 10 ปี และเคยร่วมงานกับร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง ระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาว ที่ เมืองซานฟรานซิสโก ด้วยนะ

สิ่งแรกที่เข้าไปในบริเวณร้าน Tenko คือ ความโดดเด่นในการออกแบบที่เรียบง่ายด้วยวัสดุจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น หินและไม้ตามแนวประเพณีการออกแบบของญี่ปุ่น การตกแต่งภายในที่สวยงามเสร็จสิ้นในโทนสีที่เป็นกลางด้วยเฉดไม้ สีครีมและสีเทาและแสงที่นุ่มนวล

บริเวณเคาน์เตอร์ไม้รอบครัวแบบเปิดซึ่งสามารถมองเห็นเชฟในการทำงานนอกจากนี้ยังมีบริเวณต้อนรับแยกต่างหากที่มีโต๊ะและเก้าอี้ที่สะดวกสบาย ซึ่งผู้มารับประทานได้นั่งพักผ่อนคลายก่อนหรือหลังรับประทานอาหาร

หลังจากที่นั่งรอเพียงไม่นาน เชฟได้เดินออกมาเพื่อแนะนำตัวเองว่าเชฟเป็นใคร และมาจากที่ไหน และไม่รอช้าที่จะทำเมนูอย่างแรกให้เราได้ลองทานกัน และก่อนจะเริ่มทำเมนูแรก เชฟก็ได้เริ่มไสลขิงวางบนจานของแต่ละคนเพื่อไว้ตัดรสชาตสของแต่ละจานเพื่อให้รับรู้รสชาตที่แท้จริงของแต่ละเมนู

เริ่มต้นเมนูแรกด้วย Sawara namban (King Mackerel) จาก Nagasaki เป็นปลาอินทรีย์หมักด้วยซอส รสชาติออกเปรี้ยวอมหวาน ลื่นคอมากครับ

ถัดมาเป็น Ankimo จาก Hokkaido ซึ่งมันก็คือตับปลาอังโก๊ะ นั่นเอง ข้อดีของอาหารแบบโอมากาเซะนี้ คือเราจะได้ลุ้นเมนูอาหารไปด้วยในตัวว่าเชฟทำอะไรอร่อยมาให้เราได้ทานบ้าง

จานนี้ก็คือ Awabi sakamushi จาก Miyagi  เป็นหอยเป๋าฮื้อญี่ปุ่นนึ่งด้วยสาหร่ายคอมบุปรุงรสด้วยสาเก อ่อนๆ

ถัดมาเป็น Yari ika somen (Spear squid) จาก Yamaguchi บรรจงทำเป็นเส้น ทานพร้อมกับ Uni ในน้ำซอสสูตรพิเศษเหมือนกับ โซเมน Somen

เมนูที่ 5 แล้วครับ เป็น Yaito Katsuo sashimi (Bonito) จาก Nagasaki ปลาโอลายญี่ปุ่น ราดซอสพอเข้ารสชาติ เนื้อสดถูกใจมาก

Sayori (Halfbeak) from Kanagawa, Japan ปลาปากเข็มญี่ปุ่นบนข้าวปั้น และ ใส่วาซาบิพอประมาณทำให้ทุกอย่างดูลงตัวไปหมด

โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชอบทานทั้งซูชิและซาซิมิ ดังนั้นถ้าทุกอย่างสดจะทำให้อาหารอร่อยด้วยไปในตัว และเมนูนี้ก็เช่นกัน

มาต่อกันที่ Tsuri aji (Spanish mackerel) จาก Nagasaki  เป็นซูชิหน้าปลาทูญี่ปุ่น นั่นเอง

เมนูนี้คือ Maguro mitsuke (warm) ปลาทูต้มซีอิ้ว วางเรียงพร้อมกับข้างเคียงที่เข้ารสชาติกันอย่างพอดี

Kasugo (young snapper) จาก Yamaguchi, Japan ลูกปลากระพงญี่ปุ่น ราดซอลและใช้ไฟอ่อนๆ พอทำให้เนื้อปลาสุกกำลังดี

มาเปลี่ยนคำจากซูชิเป็นแบบอื่นบ้าง สำหรับจากนี้อาจจะไม่ใช่ซูชิแต่ก็ถือว่าอร่อยอยู่เหมือนกัน

ถ้าใครอ่านมาถึงเมนู Akamutsu ปลากะพงคอดำญี่ปุ่น ภาพนี้ แสดงว่าเราได้ชิมเมนูเกินครึ่งมาแล้วนะครับ คำนี้ก็อร่อยครับ

คำนี้เป็น Zuke (Soy marinated Blue fin tuna) จาก Kanagawa, Japan ปลาทูน่าหมักซอส Zuke

อาจจะเพราะทานเพลินไปนิด หรือเพราะปกติเป็นคนที่อาจะจำเมนูอาหารได้ไม่แม่น ทำให้การมาชิมรอบนี้ผมจำบางเมนูไม่ได้  (ถ้าเจอข้อมูลจะมาอีดิตใส่ย้อนหลังให้นะครับ) สำหรับเมนู Hon mirugai คำนี้ก็อร่อยครับ

Shirako yari with yuzu sauce จาก Hokkaido, Japan ท่อเสปิมปลาคอสย่างทานกับซอสยุสึ อันนี้สุดคำบรรยาย

Uni (Bafun sea urchin) จาก Hokkaido ไข่หอยเม้น กับสาหร่ายห่อ เมื่อนำเข้าปาก ส่าหร่ายเริ่มละลาย และรับรู้ได้ถึงหอยเม้นที่กำลังไหลลงคอ ได้อย่างดีเยี่ยม

Toro (Blue fin tuna belly) จาก Kanagawa ปลาทูน่าส่วนท้อง ดูมันที่สลับกับเนื้อปลาสิครับ น่าทานมากๆ

Anago (Sea eel) จาก Nagasaki  ปลาไหลทะเลญี่ปุ่น เนื้อนุ่ม แบบไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน ราดด้วยซอสที่ไม่หวานเกินไป จึงรับรู้ได้ถึงเนื้อปลาจิงๆ

Tamago ไข่หวาน สองชิ้นที่ให้ความรู้สึกมากกว่า ไข่หวานทั่วๆไป

Akadashi Soup ซุปมิโซะแดง ที่อุ่นๆ ล้างคอได้ดีมากๆ

และปิดท้ายด้วยเมนู ของหวานอย่าง Yuzu sorber with melon

สรุปรีวิวร้าน

ถือว่าเป็นร้านโอกามาเสะอีกร้านที่ไม่ธรรมดา ด้วยฝีมือประสพการณ์ของเชฟ และวัตถุดิบที่ดีทำให้เป็นอีกหนึ่งร้านที่ต้องมาชิม

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • Tenko Okamase Bangkok
    Pullman Bangkok King Power
    Restaurant Name  Tenko Omakase Bangkok (เท็นโก๊ะ โอมากาเสะ)
  • Open Hour           ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์(ปิดให้บริการวันจันทร์) เวลา 18.00 น. – 23.00 น.
  • ที่อยู่                      8/2 ถนนรางน้ำ แขวงถนนพญาไทย เขตราชเทวี กทม 10400
  • เบอร์โทร              +66 2 680 9999
  • เว็ปไซต์               www.pullmanbangkokkingpower.com
  • Facebook          www.facebook.com/tenkobangkok/
  • Twitter            Pullman King Power

Facebook Comments

Load More Related Articles
Load More By EaterDiary
Load More In RESTAURANTS

Check Also

รีวิวร้าน The Gallery Sushi Bar ร้านซูชิ สไตล์ฟิวชั่น จากคนรักซูชิ

ช่วงที่ผ่านมานัดเจอเพื่อนเพื่อพูดคุยและทานอาหารญี่ปุ่นกัน โดยร้านนี้มีชื่อว่า The Gallery …